Stars Classic

Sociable

Tuesday, February 22, 2011

หลังความตายของริคกี้

คริสและลูกชาย
ชีวิตอนิจจาดั่งละคร ทั้งหมดช่างถอดแบบละครโทรทัศน์น้ำเน่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องอื้อฉาว ที่มีครบเครื่องทุกอย่างของความต้องการในอเมริกา: ชื่อเสียง เงินทอง สุรา ยาเสพติด  ภาวะหดหู่ ฮีโร่ฟุตบอล คู่ควง อารมณ์ประหัดประหาร และละครสัตว์ในศาล ของสองครอบครัวดังของฮอลลิวู๊ด แต่เบื้องหลังพวกเขากลับลืมเด็กๆที่ร้องขอและต้องการความช่วยเหลือ

ตัวละครตามบทของเรื่องนี้มีตั้งแต่  ฝ่ายของคริส ตั้งแต่พี่ชายและภรรยา น้องสาว บิดาและมารดา และฝ่ายของริคกี้ ตั้งแต่มารดา ลูกสาว ลูกชายฝาแฝด และลูกชายคนสุดท้อง ซึ่งชีวิตดูเหมือนจะแขวนอยู่บนเชือกทันทีที่เกิดวิกฤติครอบครัว

ตัวละครเปิดตัวโดยสาวคริส สวยงามตระการตา เอาแต่ใจ เธอเติบโตมาจากครอบครัวคาทอลิกที่เคร่งครัด ที่คาดหวังว่าเธอจะต้องเป็น"คนที่สมบูรณ์แบบ" เธอไปได้ดีในด้านการเรียนและมีความสามารถในด้านการวาดรูป แต่เธอมีความเป็นขบถ "ฉันมีเวลาที่ยากลำบากกับแม่ ฉันไม่เคยใส่ใจดูแลตัวเองมากที่จะต้องดูดีเพื่อจะได้ลงหน้าปกหนังสือ แต่แม่ใช่ และต้องการให้ลูกๆไปให้ให้ถึงจุดนั้นด้วย แม่เคยให้ฉันบีบจมูกของฉันบ่อย ๆเพื่อไม่ให้จมูกบาน" เธอคิดต่าง แม้ในช่วงวัยรุ่น เธอออกแนวติดดิน ในครอบครัวเธอบอกว่าเธอปฏิเสธที่จะ"วางท่า" เธอชอบวิ่งเล่นกับน้องชาย "ฉันจะโยนเขาลงไปในทะเลสาบ เขาจะตกใจกลัวปลา" เธอจำได้ "เราสนิทกัน" 
ภาพถ่ายหมู่ครอบครัวเนลสันและครอบครัวฮาร์มอนของคริสใน ปี 2522
เมื่อคริสอายุได้ 12 ปี เธอได้พบกับริคกี้ และชอบครอบครัวของเขา โดยเฉพาะบิดามารดาของเขา พวกเขาเป็นผู้ใหญ่คนแรกที่ฟังเธอด้วยความสุจริตใจ ต่อมาเธอก็ตกหลุมรักกับริคกี้ เธอแต่งงานกับเขาเมื่อเธออายุได้ 18 ปี "เราเป็นคู่ฮิปปี้ร็อคแอนด์โรล เราทำในสิ่งที่คนอื่น ๆ ในเวลานั้นทำ" นั่นคือยาเสพติด 

"ตอนแรกเราทั้งคู่อยู่ในวังวนนั้นด้วยกัน ฉันพยายามที่จะส่วนหนึ่งในพวกเขา แก้ไขปัญหาการแต่งงานแบบง่ายๆด้วยการตามเขาไปอยู่ตามท้องถนนและมีส่วนร่วมในสิ่งที่ความจริงนั้นไม่ดีเลย หลังจากชีวิตเราทั้งคู่เริ่มส่อเค้าหายนะ ฉันจึงเข้าการบำบัดและตัวเขาก็ด้วยในตอนนั้น แต่หลังๆเขาก็ไม่ ฉันพยายามบอกครอบครัวของฉันว่าเรามีปัญหายาเสพติดที่บ้านแล้วและเราต้องการความช่วยเหลือ แต่พวกเขาปฏิเสธว่าไม่มีอะไรผิดปกติ" (Tom Harmon บิดาของคริสเคยให้สัมภาษณ์ว่า"ผมเลี้ยงลูกเต็มที่และไม่มีอะไรในก่อไผ่ในเรื่องของยาเสพติด") 

"ฉันได้แต่หวังว่าฉันควรจะเข้าไปยุ่งเรื่องของเขาตั้งแต่ต้น" คริสเล่าให้ฟังอย่างเศร้าสร้อย "ฉันควรที่จะนำริคไปพร้อมกับฉัน ฉันรู้ว่าถ้าฉันไม่ถอยออกมา เราทั้งคู่ต้องตายแน่ เพื่อเด็ก ๆ ฉันไม่สามารถช่วยริคได้อีกต่อไปแล้ว" 

คำพูดดังกล่าวทำให้สมาชิกอื่น ๆ ของครอบครัวไม่พอใจ:.."ผู้หญิงคนนี้ดูแลริคได้อย่างน่าคลื่นเหียน เธอเต็มไปด้วยพิษ พยายามจะควบคุมการทำงานของริค และสุดท้ายเมื่อเขาบอกคริสว่าเขาจะทำตามวิถีทางของเขาเอง' เธอเฉดหัวเขาออกจากบ้านและพยายามสาดโคลนเรื่องไม่ดีใส่เขาต่อสาธารณชน" 

คริสรับว่าการหย่าร้างนั้น "ยุ่งเหยิง" แต่เธอไม่เคยไล่เขาออกจากบ้าน "ฉันเองต่างหากที่เป็นฝ่ายออกไป" เธอโต้ เธอยังคร่ำครวญอีกว่าครอบครัวของเธอนั้นกลับ "ไม่เคยว่าริคกี้ผิด พวกเขาตำหนิฉันทุกเรื่อง พ่อและแม่เป็นโรมันคาทอลิกที่จะไม่ยกโทษให้ฉันสำหรับการหย่าร้างและไม่ ที่ฉันไม่สมบูรณ์แบบ" 

ในช่วงเวลานั้น เธอยอมรับว่าเธออยู่ห่างไกลจากคำว่าสมบูรณ์แบบมาก เธอยังคงใช้ยาเสพติดและดื่ม "ค่อนข้างหนัก" เมามากเกินไปที่จะดำรงชีวิตด้วยงานวาดรูปและไม่สามารถที่จะเข้าถึงบัญชีธนาคารของริคได้ เธอทำงานเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการคัดตัวนักแสดงด้วยค่าจ้าง 200 เหรียญต่ออาทิตย์ เธอและลูก ๆอยู่ได้จากเงินที่เธอหามาได้ส่วนนั้น "พ่อแม่ไม่เคยคิดจะช่วยฉันในเรื่องเงินทอง น้องชายก็ด้วย" ต่อมาเมื่อญาติของเธอเหนบแนม เธอก็ออกมายอมรับว่าความจริงพ่อแม่ของเธอได้ซื้อบ้านสองห้องนอน (ใกล้ที่ Marilyn Monroe เสียชีวิต) และปล่อยให้เธอหารายได้จากการให้เช่า และเมื่อเธอหาเงินได้มากขึ้นพวกเขาก็ยอมให้เธอซื้อไปในราคา 300,000 เหรียญซึ่งต่ำกว่าราคาตลาด ยิ่งไปกว่านั้น สองปีก่อนการหย่าร้างของคริส น้องสาวบอกว่าเธอเป็นคนช่วยดูแลลูกชายคนเล็กของคริสช่วงบ่ายทุกวันและทุกวันเสาร์ หลังหย่าอีกปีครึ่งพ่อแม่ของคริสก็ช่วยดูแลหลานคนเล็กแทน

ทั้งหมดในช่วงเวลานี้ คริสรับรู้ว่า แซมแทบไม่เห็นหน้าพ่อของเขา  "แซมยังเล็กมากและริคตอนนั้นอยู่ในสภาพย่ำแย่" คริสก็เช่นกัน  "ฉันน่ารังเกียจจริงๆ ฉันอยากจะไปบำบัดยาเสพติดที่คลินิกเบ็ตตี้ฟอร์ด แต่ก็กลับมีความรู้สึกว่าถ้าฉันเข้าตรวจที่โรงพยาบาลแล้ว พ่อกับแม่จะพยายามมาเอาลูกไป ดังนั้นฉันจึงไม่ได้ไป" แต่ต่อมาเธอก็เข้าบำบัด "ฉันไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดอีกแล้ว"- คำพูดที่สมาชิกบางคนของครอบครัว Harmon ไม่เชื่อว่าจริง

คริสบอกว่าเธอจะต่อสู้เพื่อให้ได้แซมกลับมา "พ่อแม่ทำให้เรื่องมันยากมากขึ้น แซมมีชีวิตที่ดีพร้อม ที่บ้านของพวกท่าน มีเรียนกอล์ฟและมีของเล่นมากมาย แม่เคยขับรถมาหากลางดึกเพื่อจะเอาของเล่นหรือผ้าห่มมาให้ พร้อมกับกำชับว่า 'ลูกลืมนี่หรือเปล่า' หรือ 'ลูกต้องใช้นะ' และฉันตอบท่านว่า "แม่กำลังทำอะไร! แม่ไม่เคยมองความจริงที่ว่าฉันต้องทำงาน ตามความคิดของท่าน ผู้หญิงควรทำหน้าที่แม่ให้ดี  ท่านลืมไปว่าฉันจำเป็นต้องหาเงินมาใช้จ่าย" 

สองปีต่อมาริคเสียชีวิตพร้อมกับคู่หมั้นพร้อมกับสมาชิกวงห้าคนของเขาจากอุบัติเหตุเครื่องบินตก คริสยืนยันว่าแม้จะมีความวุ่นวายจากการหย่าร้าง เธอเองก็เศร้าโศกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น "ฟ้าลิขิตเราทั้งคู่ให้ผูกพันกัน" เธออธิบาย แต่สมาชิกครอบครัวคนอื่นไม่คิดเช่นนั้น พวกเขาคิดว่าเธอแสร้งทำ ซ่อนจุดประสงค์แท้จริงในการครอบครองเงินประกันภัยของริคที่ทำให้ลูก ๆ ของเขา  "ไม่จริง" คริสกล่าวว่า "ฉันต้องการเงินเพื่อลูก" 
ริคกี้กับลูกชายคนเล็ก "แซม" ขณะอายุได้ขวบครึ่ง
คริสยืนยันว่าแซมได้ปรับตัวอย่างมีความสุขในบ้านใหม่แล้ว" "เราเหมือนเพื่อนกัน" "และก็ใกล้ชิดกันอีกด้วย"  แต่แซมดูจะแสดงออกมาไม่ตรงกับที่คริสพูด เคลลี่ น้องสาวของคริส เล่าให้ฟังว่า เมื่อคริสไม่อยู่ หลานแซมได้โทรศัพท์ทางไกลมาหาลุงมาร์คของเขา "ช่วยผมด้วย" "ช่วยพาผมออกไปจากที่นี่ด้วย แม่เดี๋ยวก็ดี เดี๋ยวก็ร้าย" แซมเล่าว่าอารมณ์ขึ้นๆลงๆของแม่ "น่ากลัว" เขาว่าแม่ตะโกนใส่เขาสาเหตุจากเรื่องเล็กๆ น้อยๆไร้สาระ Mark น้องชายสงสัยว่าพี่สาวของเขาอาจอยู่ในภาวะเสพยา แต่เขาก็ปลอบให้หลานสงบลงและบอกว่าจะพยายามช่วยเท่าที่จะทำได้ แต่ตอนนั้นเขาก็ขาดหลักฐานในเรื่องนี้อย่างชัดเจน

No comments: